
เสียงลากล้อประตูเหล็กบดกับรางโลหะดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบของหมู่บ้านเล็กๆ มุมหนึ่งของกรุงเทพฯ สามทุ่มแล้ว บ้านใกล้ๆ ดับไฟ แต่เห็นบางห้องยังมีแสงไฟสลัวๆ เล็ดลอด แสดงว่า คนในบ้านคงกลับมากันพร้อมหน้า อิ่มหนำสำราญแล้วคงเริ่มพักผ่อนหลับนอน เพื่อมีแรงต่อสู้กับพรุ่งนี้ต่อ
ฉันเพิ่งกลับถึงบ้าน บรรยากาศล้อมรอบตัวที่คุ้นเคยทุกวี่วัน กลับรู้สึกอ้างว้าง…เงียบเหงา ดอกชบาสีส้มแซมเหลืองเมื่อเช้ายังเบ่งบานชูดอกอวดความงามอย่งน่าอิจฉา บัดนี้ หุบเหี่ยวรอปลิดร่วงจากขั้ว
วันนี้ ท้องฟ้าไม่ได้มืดมิดซะทีเดียว ดาวบางดวงส่องแสงกระพริบพราย ดวงจันทร์ครึ่งดวงลอยเด่นทอประกายแสงนวลแช่นิ่ง ปล่อยให้ปุยเมฆเคลื่อนลอยผ่านไปช้าๆ ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นในความคิด เป็นภาพเดิมๆ ที่เคยคิดถึงอยู่บ่อยครั้งยามเหงา และความรู้สึกเศร้าๆ ก็ชอบแทรกตัวขึ้นมาทุกครั้งยามที่มองพระจันทร์
ก็พระจันทร์ดวงเดียวกันนั่นแหละที่ฉันเคยชี้ชวนให้ใครตนหนึ่งลุกชึ้นมาชมความงาม ยามนั้น..กลับมีสุขเต็มเปี่ยมหัวใจ………..
ยามนี้ เป็นจันทร์ดวงเดิม…ต่างเวลา…กลับต่างความรู้สึก…..
ฉันถอนหายใจยาวขับไล่ความรู้สึกเจ็บปวดหนักหน่วงในอก รีบหันหลังให้กับความมืดมิดข้างนอก เอื้อมมือเปิดไฟ ปิดประตู หวังจะปิดกั้นปัจจุบันให้แยกจากอดีต…ให้สิ้น….